แนะนำหนังเก่า อินทรีย์แดง เนื้อเรื่อง เป็นอย่างไร?

แนะนำหนังเก่า เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ สังคมเกิดความขัดแย้งนักการเมืองโกงกิน สภาพสังคมอยู่ในสภาวะไร้ทิ้งทาง โรม ฤทธิไกร นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่รอดชีวิต แต่เพียงผู้เดียวจากภารกิจ เพราะถูกทางการเมินเฉยและ ต้องการให้หน่วยของโรมถูกกำจัด แต่สุดท้ายแล้วมีเพียงโรมที่รอดกลับมาได้ นอกจากนี้สังคมยังถูกปกครองด้วย องค์กรลับที่มีชื่อว่ามาตุลี

อันเป็นองค์กรใหญ่ที่ปกครองประเทศนี้ ทุกคนล้วนใส่หน้ากากในที่ประชุม พูดถึงอินทรีย์แดงที่จัดการกับ หนึ่งในสมาชิกขององค์กรจึงทำให้ ทุกคนเริ่มวางแผนตามล่าและหามือสังหาร จนในที่สุดก็ค้นพบมือสังหารที่ชื่อว่า ปีศาจดำ

ที่มีเกียรติศัพท์ในเรื่องความโหดเหี้ยม และทำงานไม่เคยพลาดนั้นเอง วาสนา นำแสดงโดย     ญารินดา บุนนาค ได้เป็นกลุ่มคัดค้านโรงงานนิวเคลียร์ ที่ตั้งในประเทศไทยและชี้แจ้งข้อมูล ผลกระทบต่างๆที่จะเกิดขึ้นในประเทศ ทำให้มีคนที่ร่วมฟังไม่พอใจ

และได้ออกไปจากห้องประชุม ทันใดนั้นเองในที่ประชุมนั้นกลับระเบิดขึ้นมา ทำให้มีผู้คนได้รับบาดเจ็บรวมถึง ญารินดาด้วยนั้นเอง ทำให้ร้อยโทชาติ นำแสดงโดย วรรณสิงค์ ประเสริฐกุล เจ้าหน้าที่พิเศษ DSI ได้เข้ามาทำคดีนี้และได้รู้สึกกับ ญารินดา

นักต่อสู้เพื่อมนุษย์สิทธิ ซึ่งเธอเองในอดีตนั้นเคยเป็นคู่หมั้นของ ดิเรก ดำรงค์ นำแสดงโดย พรวุฒิ สารสิน นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ร่วมต่อสู้ขัดค้านโรงงานนิว เคลียร์มาด้วยกัน ในขณะที่ตนเองก็หาเสียงเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

จนกระทั่งเขาเองมาถึงจุดสูงสุดอย่างนายก เขากลับลืมในสิ่งที่ตนเองเคยทำในอดีต และให้ชาวต่างชาติตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ในจุดที่ตนเองเคยต่อต้านในอดีต ทำให้เป็นจุดแตกหักของทั้งสอง ทางความสัมพันธ์นั้นเอง อินทรีย์แดงยังคงตามล่าเหล่า

ผู้มีอิทธิพลและมีส่วนเกี่ยวข้องกับ องค์กรลับมาตุลีนั้นเองโดยเขา ได้แอบเข้าไปทำร้ายสมาชิกวุฒิคนหนึ่ง ในห้องน้ำสถานบันเทิง จนตัวของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส และลูกน้องที่อยู่ด้านนอกห้องน้ำ เพิ่งรู้ว่านายของตนถูกทำร้าย ทำให้เข้ามาช่วยไม่ทัน

ทำให้หัวหน้าของตนถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ ส่วนอินทรีย์แดงที่ไหวตัวทัน และสามารถหลบหนีเหล่าลูกน้องได้สำเร็จ ทำให้สมาชิกวุฒิเข้าไปแจ้งความยังกรมตำรวจ DSI และได้เร่งคดีให้ตามจับให้ได้ เพราะตนเองเหมือนรู้สึกเสียหน้า ที่ถูกทำร้ายจนสาหัสทำให้ชาติเอง

เกิดความไม่พอใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถูกหัวหน้าห้ามเอาไว้ และตนเองเป็นตำรวนยศน้อย จึงไม่คุ้มที่จะหาเรื่องด้วยนั้นเอง ในค่ำคืนนั้นเองสมาชิกวุฒิ ได้กักตัวอยู่ในเซฟเฮาท์ของตัวเอง และได้รับคำขู่จากอินทรีย์แดงที่จะเข้าไปจัดการ

ยังในบ้านเซฟเฮ้าท์แห่งนี้ ทำให้มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา และด้วยรสนิยมส่วนตัวของสมาชิกวุฒิ ที่ชอบมีอะไรกับเด็กสาว ทำให้คนสนิทได้แนะนำเด็กมาให้ แก้ความวิตกกังวลนั้นเอง แต่ในที่สุดอินทรีย์แดงก็สามารถ ลอบเข้ามายังเซฟเฮ้าท์แห่งนี้

และได้ฆ่าสมาชิกวุฒิลงจากนั้นลอบหนีออกมา ทำให้ข่าวการตายของสมาชิกวุฒิ โด่งดังไปทั่วถึงเรื่องราว ด้านมืดของเขาถูกเปล่าประกาศนั้นเอง ทำให้กรมตำรวจเองเริ่มตามล่า อินทรีย์แดงอย่างจริงจัง รวมถึงหมวดชาติเองที่ได้รับภารกิจ

ให้ตามตัวอินทรีย์แดงและยังได้คู่หูคนใหม่อย่าง จ่าสิบเอกซิงด์ นำแสดงโดย รอน สมูเรนเบิร์ก มาช่วยสืบสวนตามจับอินทรีย์แดง และค่ำคืนนั้นเอง หมวดชาติได้มาพบเพื่อนเก่าของเขา ยังผับๆหนึ่งที่โรมได้เมาหลับบนโต๊ะ หมวดชาติได้บอกเล่าถึงการตามจับอินทรีย์แดง

รวมถึงเรื่องสมาชิกวุฒิที่ตายไป ทำให้โรมเองที่อยู่ในอาการเมามาย ได้ขอตัวลากลับก่อนและได้แกล้งเมาแยกตัวออกมา วาสนาเองที่นั่งทำงานที่ห้องของเธอ จู่ๆก็ได้เปิดลิ้นชักมาพบกับหน้ากากอินทรีย์แดง พาให้เธอนึกถึงครั้งแรกที่เธอพบอินทรีย์แดง

และได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ในขณะที่ช่วยปฐมพยาบาลนั้นเอง ค่ำคืนนั้นเองอินทรีย์แดงได้พบกับ ปีศาจดำ ที่ตามล่าอินทรีย์แดงจากใบสั่งขององค์กร ทำให้อินทรีย์ ต้องรับมือกับนักฆ่ายอดฝีมือ จนทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ และต้องล่าถอยจากปีศาจดำนั้นเอง ด้วยบาดแผลที่สาหัสนั้น ทำให้เขาพาร่างของตนกลับมายังโรงงานน้ำแข็ง ที่เปิดบังหน้าเป็นที่ตั้งของเขา เขาได้เริ่มปฐมพยาบาลเย็บแผลของตนเอง

พาให้เห็นแผนผังคนที่เขาตามล่า หนึ่งในนั้นเองคือนายกรัฐมนตรี อดีตแฟนหนุ่มของวาสนานั้นเอง ทางฝ่ายตำรวจเองก็เร่งทำงานสืบสวน หาตัวอินทรีย์แดงด้วยการแกะเสียงและ สแกนใบหน้าหาคนร้าย ด้วยโปรแกรมพิเศษระบุตัวตน

หมวดชาติจึงมอบหน้าที่ให้กับจ่าซิงค์ ส่วนตัวของเขาก็จะออกไปหาอะไรกิน ทำให้ในช่วงดึกนั้นเอง หมวดได้ออกไปนั่งกินโจ๊กอยู่ริมทาง จนกระทั่งเขาพบกับผู้ต้องสงสัย ที่จะเป็นปีศาจดำทำให้เขาเริ่มไล่ล่า แต่แล้วก็ไม่สามารถตามจับได้

และด้วยสถานการณ์ยากลำบาก จนเกือบทำให้ตัวเขาไม่รอด อินทรีย์แดงได้เข้ามาช่วยได้ทัน และตามล่าปีศาจดำต่อแทน แต่สุดท้ายแล้วตัวของเขาเองก็พลาดด้วยเช่นกัน เมื่อโรมเองได้กลับมาถึงบ้านพักของตน ก็ถูกปีศาจดำตัวจริงลอบทำร้ายเข้า

จากการต่อสู้อันดุเดือดนี้เองทำให้อินทรีย์แดง เพลียพล่ำเป็นอย่างมาก แต่สุดท้ายเขาก็สามารถกำจัดปีศาจดำลงได้ และเมื่อขาเห็นใบหน้าที่แท้จริง กลับเป็นจ่าซิงค์ที่แฝงตัวมาเป็นตำรวจ เพื่อตามล่าตัวของเขานั้นเอง เรื่องราวการแก้แค้นยังดำเนินต่อ ในภาคต่อไปของหนังนั้นเอง

แนะนำหนังเก่า

แนะนำหนังเก่า อินทรีย์แดง กระแสเป็นอย่างไร?

หนังได้เริ่มเข้าฉายในปี พ.ศ.2553 นับว่าเป็นเวลา 11 ปีมาแล้วที่หนังเรื่องนี้ได้ฉาย เป็นการชุบชีวิตฮีโร่สายพันธ์ไทย ที่เคยเป็นตำนานในอดีตกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยฝีไม้ลายมือการกำกับของ วิศิษฎ์ ศาสนเที่ยง เจ้าของผลงานภาพยนตร์ไทยมากมาย ที่มีชื่อเสียงหลายเรื่อง รวมถึงอินทรีย์แดงนี้เอง นับว่าเป็นปรากฎการณ์เปิดตัวที่ ทุกคนต่างจับตามองเพราะด้วย การชุบชีวิตฮีโร่ของไทยในอดีต

ขึ้นมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกครั้งนั้นเอง แต่ด้วยหนังมีภาคต่อตอนจบ และเรื่องราวที่มีจุดเชื่อมกันระหว่างภาคแรกและภาคสอง แต่ด้วยภาคแรกที่เข้าฉายนั้น ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ จึงทำให้โปรเจคภาคต่อนั้นเป็นที่ยุติลง

เป็นที่น่าเสียดายของหนังเรื่องนี้ ที่เราจะไม่ได้เห็นบทสรุปเรื่องราวของเรื่องนี้ ที่ได้นำกลับมาทำใหม่อีกครั้ง โดยเฉพาะฉากในตำนานอย่างฉาก ปีนเฮริคอปเตอร์ในตอนท้ายเรื่องนั้นเอง นับว่าใครหลายคนรอคอยบทสรุปของหนังเรื่องนี้อยู่ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงแค่ความหวัง มีเพียงเรื่องนี้ที่สร้างปรากฎการณ์อินทรีย์แดง ให้ตื่นตัวอีกครั้งในสังคมไทยนั้นเอง

อินทรีย์แดงมีสิ่งที่น่าสนใจอย่างไร?

เมื่อทางฝั่งตะวันตกมีหนังฮีโร่ ไทยเราเองก็มีหนังฮีโร่มาตั้งแต่อดีต นั้นก็คืออินทรีย์แดงที่มีประวัติ อันยาวนานหลายภาคด้วยกัน และด้วยนักแสดงขวัญใจของคนไทย ในช่วงเวลานั้นอย่าง มิตร ชัยบัญชา ด้วยการสานต่อตำนานจึงทำให้เกิด อินทรีย์แดงเวอร์ชั่นล่าสุด ที่ได้ใส่องค์ประกอบต่างๆ ในยุคสมัยปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความคุกรุ่นทางการเมือง ทำให้หนังเรื่องนี้สอดแทรก

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และฉากต่อสู้อันแสนดุเด็ดเผ็ดมันส์ ยังพาให้นึกถึงตัวละครอย่างแบทแมน ในแบบฉบับเวอร์ชั่นไทยเลยทีเดียว นอกจากนี้อาวุธต่างๆของตัวละคร ได้มี   การนำของเก่ามาตีความใหม่ เป็นอาวุธสุดไฮเทคที่ทำให้อินทรีย์แดง

มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความโดดเด่นในเรื่อง คาแร็คเตอร์ตัวละคร ที่มีการออกแบบมาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จนเรียกว่าเป็นตัวละครที่น่าจดจำ ทำให้การกลับมาอินทรีย์แดงในเวอร์ชั่นนี้ สร้างความแปลกใหม่และเป็นอีกก้าวหนึ่ง ของวงการหนังฮีโร่ในประเทศไทยนั้นเอง

ไอเดียของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร?

แรกเริ่มเดิมทีนั้นอินทรีย์แดงเป็นบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต ที่แต่งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2498 โดยได้แนวคิดภาพยนตร์ของ ร็อก ฮัตสัน เรื่อง Captain Lightfoot เป็นภาพยนตร์ที่การเกี่ยวกับอุดมการณ์ การช่วยเหลือผู้คนภายใต้หน้ากากสีแดง จึงทำให้เกิดเรื่องคล้ายกันกัน โดยใช้อินทรีย์เป็นนกที่มีอำนาจบินได้ครอบคลุมทั้งป่า และดูแข็งแกร่งสุดในบรรดานก ทำให้เอามาผูกกับเรื่องราวสภาวะทางสังคม

ในยุคนั้นที่มีปัญหาในเรื่อง การทุจริตคอรัปชั่น  ความยุติธรรมในสังคมที่ไม่เท่าเทียมกัน กฎหมายเอาผิดกับคนเลวไม่ได้ หลังจากนั้นบทประพันธ์จึงกลายเป็น ที่ชื่นชอบของผู้อ่านอย่างมากในเวลานั้น จนได้พัฒนาเป็นบทละครโทรทัศน์

รวมถึงภาพยนตร์โดยเอาการนักแสดงอย่าง มิตร ชัยบัญชา มารับบทเพราะด้วยเป็นตัวละครที่มีสองบุคลิก จึงเป็นตัวละครที่เขาสนใจนั้นเอง ทำให้กลายเป็นตำนานจนถึงปัจจุบัน ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ล่าสุดนี้เอง ได้นำตำนาน กลับมาฟื้นชีพอีกครั้งหนึ่ง จนกลายเป็นหนังเรื่องนี้นั้นเอง

แนะนำหนังเก่า

สรุปสิ่งที่ได้จากการดูอินทรีย์แดงเป็นอย่างไร?

นับว่าเป็นหนังแอ็คชั่น ไซไฟ อีกเรื่องหนึ่งของไทยที่บอกเล่าเรื่องฮีโร่ ที่คอยผดุงความยุติธรรมให้กับสังคม จากเหล่าร้ายในแบบองค์กรที่มีอำนาจ เหนือผู้คนต่างๆในประเทศนี้ ทำให้การต่อสู้เพื่อล้มล้างองค์กร ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นสิ่งที่ยาก และเป็นที่น่าเสียดายหนังเรื่องนี้ ขาดทุนเป็นอย่างมาก ด้วยทุนกว่า 150 ล้านบาท แต่กลับได้รายได้ไปเพียง 12.5 ล้านบาท จึงทำให้ภาคต่อที่ตอนแรกถูก

วางโปรเจคเอาไว้เป็นอันต้องยกเลิกไป ทำให้หนังเรื่องนี้ยังไม่สมบูรณ์นั้นเอง ถึงแม้ความไม่สมบูรณ์นี้เอง หนังเรื่องนี้ก็ยังเปิดโลกฮีโร่ของวงการหนังไทย ในแบบยุคใหม่ที่มีความดุเดือด และฉากแอ็คชั่นชนิดเลือดสาด เป็นการตีความอีกมุมมองหนึ่ง

ของผู้กำกับท่านนี้ที่มีผลงานมากมาย หากใครที่ชื่นชอบหนังแอ็คชั่นแล้วละก็ ไม่ควรพลาดหนังไทยเรื่องดีๆเรื่องนี้นั้นเอง จึงทำให้ มองว่า อินทรีย์แดง เป็นหนังไทยที่มาก่อนกาลในช่วงเวลานั้น และด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น

ทำให้เนื้อหาในหนังเรื่องนี้ ไม่ประสบความสำเร็จซะเท่าไร ทำให้หนังเรื่องนี้ขาดทุนเป็นอย่างมาก และเป็นอันน่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้ ไม่ได้ไปต่อแต่ในวงการละครโทรทัศน์ ก็ยังคงนำเรื่องราวนี้ ไปสร้างใหม่อยู่เรื่อยๆนั้นเอง จึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายสำหรับหนังเรื่องนี้ ที่ใครหลายคนไม่ได้เห็นตอนจบ ของหนังเรื่องนี้นั้นเอง

แนะนำหนังไทย